Why People Buy Things They Don’t Need ทำไมเราถึงซื้อของที่ไม่จำเป็น
เมื่อ พูดถึงพฤติกรรมผู้บริโภค ปัจจุบันผู้คนเกือบทั่วโลก (โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว) มีแนวโน้มว่าจะใช้จ่ายไปกับของที่ไม่จำเป็นมากขึ้นทุกที เมื่อปี 2000 แค่ประชากรของสหรัฐฯ ประเทศเดียว ก็มียอดใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการในหมวดนี้ถึงร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือคิดเป็นเงิน 2,812,000 ล้านดอลลาร์ ทุกวันนี้ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต จึงไม่ต้องสงสัยเลยที่นักการตลาดทั้งหลายเริ่มหันมาสนใจศึกษาว่าอะไรที่ผลักดันให้คนซื้อของทั้งที่ไม่จำเป็น
จำเป็นหรือไม่จำเป็น
เสื้อผ้า อาหาร ยา และที่อยู่อาศัยคือปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อชีวิต ของที่นอกเหนือจากนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น และเป็นสิ่งที่แสวงหามาเพื่อตอบสนองความพึงพอใจส่วนบุคคล เช่น รถยนต์ เครื่องซักผ้า เครื่องประดับ หรือบริการอาหารตามสั่ง ฯลฯ ทุกวันนี้ในหลายๆ สังคม ผู้คนไม่ต้องกังวลเรื่องปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ เสื้อผ้า อาหาร สามารถหาซื้อได้ง่ายและมีให้เลือกมากมาย ผู้บริโภคในสังคมเหล่านี้มียอดซื้อสินค้าจำเป็นน้อยลง แต่กลับซื้อสินค้าและบริการที่ไม่จำเป็นมากขึ้น หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงซื้อของที่ไม่จำเป็น คำตอบคือ การที่พวกเขาซื้อของเหล่านี้ ก็เพราะคิดว่าสิ่งของหรือบริการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น
ผู้ บริโภครุ่นหลังๆ เคยชินเสียแล้วกับความสะดวกสบาย จึงรู้สึกว่าจะอยู่ไม่ได้หากขาดสิ่งของหรือบริการที่คนในสมัยก่อนคิดว่าไม่ จำเป็น เช่น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ วิทยุ เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น หรือแม้แต่เครื่องสำอาง ดังนั้นจะเห็นได้ว่า หากนักการตลาดสามารถทำให้ผู้บริโภคเห็นความจำเป็นในสินค้าหรือบริการของตน ก็จะเป็นหนทางไปสู่การขายสินค้าได้มากขึ้น ไม่ ว่าจะเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ใช้สอยเด่นชัดอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยอย่างเครื่องประดับ เสื้อผ้าแบรนด์เนม หรือของตกแต่งบ้าน สินค้าเหล่านี้มักมีผู้ซื้อเจ้าประจำอยู่ 5 ลักษณะด้วยกันคือ
นักช้อปชอบอวด
นัก ช้อปชอบอวดมีอยู่ประมาณร้อยละ 28 คนกลุ่มนี้ใช้สินค้าหรือบริการเป็นสัญลักษณ์ในการแสดงตัวตน ซึ่งมักต้องแตกต่างจากคนอื่นแต่ก็เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม เหตุผลในการซื้อของกลุ่มนี้เป็นเรื่องอารมณ์ล้วนๆ และอ่อนไหวต่อการกระตุ้นโดยภาพลักษณ์และแบรนด์ของสินค้า ผู้บริโภคกลุ่มนี้จึงมีค่ามากในอนาคตเพราะจะเป็นกลุ่มที่มีการตอบสนองต่อ ตลาดมากที่สุด
นักช้อปผู้รอบคอบ
ผู้ บริโภคกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณร้อยละ 23 การตัดสินใจต่างๆ จะไม่ถูกผลักดันหรือชักจูงง่ายๆ อย่างกลุ่มแรก เพราะคนกลุ่มนี้จะมีเหตุผลให้กับการซื้อสินค้าเสมอ เช่น ซื้อโซฟาใหม่มาแทนอันเก่าที่ขาดแล้ว และมักมีการไตร่ตรองและวางแผนมาอย่างดีก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า เช่น มีการรวบรวมข้อมูลมาระยะหนึ่งแล้วจึงจะตัดสินใจซื้อ สำหรับคนกลุ่มนี้มองสินค้าและบริการที่ประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ไม่ใช่สัญลักษณ์ประกาศตัวตนให้ใครๆ รู้เหมือนในกลุ่มแรก อย่างไรก็ตาม นักการตลาดยัง มีช่องทางขายสินค้าให้กับกลุ่มนี้ได้ ตราบใดก็ตามที่ยังสามารถหาเหตุผลมาสนับสนุนให้เห็นความจำเป็นในการใช้สินค้า หรือบริการของตน เช่น เครื่องซักผ้า ใช้แล้วจะช่วยประหยัดเวลา สามารถไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่า หรือนิตยสารเป็นช่องทางรับข้อมูลข่าวสารหรือแฟชั่นล่าสุด เป็นต้น
นักช้อปชั่ววูบ
หมาย ถึงนักช้อปที่ตัดสินใจซื้อทันทีที่เห็น และเพราะการซื้อสินค้าทำให้รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุข สิ่งที่ผลักดันให้เกิดการซื้อคือความชอบใจในขณะนั้น ไม่ใช่เพราะไตร่ตรองมาล่วงหน้าหรือพิจารณาถึงค่านิยมและภาพลักษณ์ของตน คนกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณร้อยละ 18 เป็นลูกค้าในดวงใจของสินค้าหลายชนิด
นักช้อปผู้สับสน
คน กลุ่มนี้จะมีความขัดแย้งในตัวเอง แม้ใจหนึ่งจะอยากซื้อสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการ แต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกผิดถ้าซื้อสินค้าที่ฟุ่มเฟือย พวกเขาไม่ต้องการเป็นตู้โชว์สินค้าแบรนด์เนม แต่ลึกๆ ในใจก็ต้องการสินค้าเหล่านั้น ดังนั้น ถ้าคุณสามารถหาเหตุผลสักข้อให้คนกลุ่มนี้ใช้เป็นข้ออ้างในการซื้อสินค้าของ คุณได้ คุณก็สามารถขายของให้ลูกค้าประเภทนี้ ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 17 เลยทีเดียว
นักช้อปของลดราคา
ของ ถูกนั้นเป็นของยั่วใจ แต่คนบางคนจะอ่อนไหวต่อของลดราคามากเป็นพิเศษ (แม้บางครั้งของที่ลดราคาแล้วยังราคาแพงอยู่ก็ตาม) คนกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณร้อยละ 15 มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างนักช้อปชอบอวด นักช้อปชั่ววูบ และนักช้อปผู้รอบคอบ โดยมักจะมองหาสินค้าลดราคา แล้วคำนวณดูก่อนว่าได้รับส่วนลดมากแค่ไหน และคุ้มหรือไม่กับมูลค่าของสินค้า จากนั้นจึงตัดสินใจซื้อมา
เหตุผลที่ต้องซื้อ
ผู้ บริโภคจำเป็นต้องมีข้ออ้างหรือเหตุผลอ้างอิงเมื่อจะซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็น ถ้าซื้อสินค้าพวกข้าวสารอาหารแห้ง จะไม่ต้องการเหตุผลเหล่านี้เลย เพราะสินค้าเหล่านี้มีความจำเป็นอยู่ในตัวแล้ว แต่เมื่อจะซื้อของที่ไม่จำเป็น ผู้บริโภคจะต้องหาเหตุผลมา “หลอก” ตัวเองว่าจำเป็นต้องใช้สินค้าหรือบริการเหล่านั้น ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของแรงผลักดันทางอารมณ์ล้วนๆ
ยิ่ง สินค้ามีความจำเป็นน้อยเท่าใด หรือยิ่งมีราคามากเท่าใด ก็ยิ่งต้องใช้ข้ออ้างมากเท่านั้น การซื้อโซฟาตัวใหม่มาแทนตัวเก่าที่ใช้มานานแล้วกว่าสิบปี ย่อมต้องใช้ข้ออ้างน้อยกว่าการซื้อโซฟาตัวใหม่มาแทนที่ตัวเก่าที่เพิ่งซื้อ มาเมื่อปีที่แล้วและยังใหม่เอี่ยมอยู่เลย ข้ออ้างเหล่านี้วิ่งวนอยู่ในใจนักช้อปทุกประเภทและมักมีลักษณะคล้ายๆ กัน เช่น เพื่อความเพลิดเพลิน เพื่อความบันเทิง เพื่อการผ่อนคลาย หรือเพื่อการศึกษา แต่ข้ออ้างที่คนนึกถึงมากที่สุดคือ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
จาก การสำรวจพบว่า ผู้บริโภคร้อยละ 90 ซื้อสินค้าและบริการตามความพอใจโดยอ้างอิงถึงความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพ ชีวิตในด้านต่างๆ เช่น สติปัญญา ร่างกาย จิตใจ และสังคม
ความ ต้องการยกระดับทางสติปัญญา เป็นความจำเป็นที่ผลักดันให้คนซื้อสินค้าที่ให้การศึกษา เช่น หนังสือ (ตั้งแต่ตำราวิชาการ วรรณกรรม ไปจนถึงเรื่องชวนหัว) การเข้าคอร์สเรียนเพิ่มเติม การท่องเที่ยวหาประสบการณ์ ไปจนถึงการซื้อคอมพิวเตอร์และติดตั้งอินเทอร์เน็ต สาวๆ หลายคนก็อ้างว่าต้องการยกระดับความรู้ด้านแฟชั่นเช่นกันเมื่อจะซื้อแม็กกา ซีนที่เต็มไปด้วยหน้าโฆษณาสินค้ามาอ่าน
ความ ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตทางด้านร่างกาย เป็นตัวกระตุ้นให้คนสมัยนี้หันมาสนใจอาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และการผ่อนคลายในสปา ดังนั้น จึงไม่สงสัยเลยที่ธุรกิจในหมวดสุขภาพมีอัตราเติบโตเร็วมากและมีลูกค้าเพิ่ม ขึ้นทุกที
ข้อ อ้างเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตยังรวมไปถึงด้านจิตวิญญาณและศาสนาด้วย เนื่องจากคนเราต้องพึ่งพาศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้เกิดความรู้สึก มั่นคงและปลอดภัย คนหลายคนซื้อหาและสะสมเครื่องบูชา สัญลักษณ์ และข้าวของเกี่ยวกับกับศาสนาด้วยเหตุผลข้อนี้
นอก เหนือจากสติปัญญา สุขภาพ และความมั่นคงในจิตใจ ทุกวันนี้คนให้ความสำคัญกับอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้น ตั้งแต่มีการวิจัยและยืนยันเกี่ยวกับผลร้ายของความเครียด ผู้คนมากมายจึงสามารถซื้อสินค้าและบริการได้หลายอย่างโดยอ้างถึงความจำเป็น ที่ต้องขจัดความเครียดไปจากร่างกายและจิตใจ สินค้าที่มักได้ประโยชน์จากข้ออ้างนี้มีมากมาย เช่น ไอศกรีม เทียนหอม น้ำมันหอมระเหย ไปจนถึงโปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศ
แง่ มุมสุดท้ายของคุณภาพชีวิตคือเรื่องสังคม การเป็นที่ยอมรับในสังคม และสายสัมพันธ์อันดีกับญาติมิตรและคนในครอบครัว เป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น คนมากมายซื้อของไม่จำเป็นโดยอ้างว่าซื้อเป็นของขวัญให้คนรู้จัก (และซื้อให้ตัวเองด้วย) สินค้าอย่างโทรศัพท์มือถือก็ขายดิบขายดีเพราะทำให้คนติดต่อสื่อสารกันได้ ทันใจ นอกจากนี้ผู้คนมากมายยังซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยหลายอย่างเพราะมันบ่งบอกสถานะ ทางสังคม เช่น รถยนต์ เครื่องประดับ ที่มักมีการจัดระดับให้ผู้ซื้อเสร็จสรรพ
จะขายมากขึ้นได้อย่างไร
ใน สงครามการขาย ที่ทุกคนต่างช่วงชิงเงินในกระเป๋าของผู้ซื้อ (ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด) เราจำเป็นต้องศึกษาให้เข้าใจความคิดของกลุ่มเป้าหมายไปจนถึงระดับอารมณ์ความ รู้สึกและเหตุผลต่างๆ ที่พวกเขาใช้อ้างในการซื้อสินค้าข้ออ้างเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือให้นักการตลาดสามารถทำลายปราการต่างๆ ในใจผู้บริโภค และชักจูงพวกเขาให้ซื้อสินค้าต่างๆ ได้แม้เป็นของที่ไม่จำเป็น
Why People Buy Things They Don’t Need โดย Pamela N. Danziger
เอเชียบุ๊คส์ จัดจำหน่าย
ฉบับที่ 58 ธันวาคม 2547
http://www.marketeer.co.th/inside_detail.php?inside_id=3011
Thursday, 14 August 2008
มองเทรนด์แห่งอนาคต จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลงวันนี้
มองเทรนด์แห่งอนาคต จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลงวันนี้
โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน อาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 04:52 น.
บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จำกัด(มหาชน) นำเสนอเครื่องมือศึกษาตลาดแบบใหม่นั่นคือ DDB SignBank ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์ ความเปลี่ยนแปลงรอบๆตัว ไม่ว่าจะเป็นสถิติ หรือ พฤติกรรมของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน แล้วนำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
สัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่นำมาใช้ในการศึกษา เช่น สินค้าใหม่หรือการให้บริการแบบใหม่
ที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภค รวมถึงสิ่งที่ผู้คนเลิกทำหรือเลิกใช้ ตลอดจนข้อมูลจากสถาบันวิจัยต่างๆ
ก็สามารถนำมาใช้เป็นการศึกษาได้เช่นกัน ด้วย Signs ที่รวบรวมมาจำนวนมากกว่าพันชิ้น สามารถทำให้วิเคราะห์ และเข้าใจถึงสิ่งที่เป็นไปในสังคม และคาดคะเนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
ในเบื้องต้น DDB SignBank ได้รวบรวม และวิเคราะห์ Signs มากกว่า 2,000 ชิ้น เพื่อที่จะศึกษาถึงวิถีชีวิตและความเป็นไปของสังคมคนเมือง ส่วนหนึ่งของผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันคนไทยพยายามค้นหาวิถีทางในการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวทางการใช้ชีวิตเป็นของตนเอง ไม่ซ้ำ
แบบใคร เลือกในแบบอย่างที่เหมาะสม มีหลักเกณฑ์ และมีเหตุผลมากขึ้น เพื่อที่จะให้ชีวิตเต็มไปด้วย
ความสุขและความสงบในจิตใจ จึงเห็นได้ว่าสินค้าและการบริการในปัจจุบัน รวมความสะดวกสบาย
แบบเบ็ดเสร็จ และความเรียบง่ายเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะสนองตอบกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ปั๊มน้ำมันเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของสินค้าและบริการแบบเบ็ดเสร็จ เพราะมันจะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่มีการเพิ่มคุณค่าในด้านบริการเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค ปั๊มน้ำมันหลายแห่งจึงกลายเป็นสถานที่ที่ให้ความสะดวกสบายแก่ชีวิตมากขึ้น โดยภายในปั๊มจะมีทั้ง ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ฟาสต์ฟู้ด หรือแม้กระทั่งธนาคารแบบ drive-through เหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในช่วง ชั่วโมงเร่งด่วน
ที่น่าสังเกตอีกตัวอย่าง คือ โดยทั่วไปแล้ว คนไทยจะชื่นชอบการไปเที่ยวหรือพักผ่อนตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่มีผู้คนมากมายหรือเป็นแหล่งรวมความบันเทิง เช่น สยามสแควร์, เซ็นทรัล, ดิ เอ็มโพเรียม หรือ สยามพารากอน ในอีกมุมหนึ่ง ยังคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่นิยมไปพักผ่อนและจับจ่ายในสถานที่ที่มีผู้คนไม่ พลุกพล่าน มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและซื้อของ ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ในบางสถานที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ และรสนิยมของผู้ที่ไปเที่ยว เช่น คอนเซ็ปต์สโตร์ J-Avenue, Thong-Lor Town Center, Market Place, Club 21 บูติกมอลล์, โอโซโน่ สุขุมวิท 39 , Playground , Inspired by Inner Complexity @ สุขุมวิท 31, หรือแม้กระทั่งร้าน Homework ที่นอกจากขายวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นร้านกาแฟ ร้านหนังสือ อีกด้วย ทำให้สถานที่เหล่านี้มีความแตกต่าง ที่ขายความมีสไตล์และบริการ ไปพร้อมๆสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เรื่องที่ใกล้ตัวเข้ามาอีกนิด คือ เรื่องปากท้อง ท่ามกลางวิถีชีวิตที่รีบเร่งทำให้คนไทยมีเวลาเอาใจใส่กับการรับประทานอาหาร น้อยลง โดยเฉพาะคนในเมืองที่มีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ง่าย และสะดวกรวดเร็ว เช่น แซนวิช ขนมปัง หรืออาหารที่อุ่นด้วยไมโครเวฟ จะเห็นได้ว่าในระยะ 1-2 ปี ที่ผ่านมาอาหารประเภทกึ่งพร้อมทาน เช่น อาหารแช่แข็ง/แช่เย็น มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยรสชาติที่เทียบเท่าอาหารปรุงสดและสามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้อาหารแช่แข็ง/แช่เย็นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และอาจเป็นไปได้ว่าจะเข้ามาแทนที่การทำอาหารทานเองที่บ้าน อาจชี้ให้เห็นว่า คนไทยกำลังให้ความสำคัญของอาหารที่รับประทานความสะดวกมากกว่า อาหารที่มีความสดใหม่
สังเกตจากการเพิ่มขึ้นของอาหารแช่แข็งในซุปเปอร์มาร์เก็ต จะเห็นว่ามีความหลากหลายทั้งในประเภทของอาหารและยี่ห้อของสินค้าเช่น อาหารทะเล ข้าวผัดแบบต่าง ๆ กับข้าว ขนมหวาน หรือแม้กระทั่งน้ำพริกแช่แข็ง บริษัทวิจัย นาโนเสิร์ช กล่าวว่า 18.5% ของคนกรุงเทพรุ่นใหม่บริโภคอาหารแช่แข็งอย่างน้อย 10 ครั้งต่อเดือน
นอกเหนือจากพฤติกรรมของคนเมืองในการนิยมความสะดวกสบายในด้านการบริโภคทั้ง สินค้าและบริการที่มีความเรียบง่าย สะดวกสบาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ปัจจุบัน คนไทยยังมีความจริงจังต่อการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริของในหลวงเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น โดยมีความคิดว่าเป็นแนวทางที่ยั่งยืน ทำให้ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่ง นำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรหรือเราเคยได้ยินว่า ธรรมาภิบาล
โดยผู้ที่สนใจแนวทางดังกล่าวสามารถเข้าไปหาอ่านได้ที่เว็บไซต์ sufficiencyeconomy.org เป็นเว็บที่เปิดขึ้นเพื่อให้คำอธิบายและคำแนะนำแก่ประชาชนทั่วไป ในการนำเอาแนวความคิด ชีวิตที่พอเพียงมาใช้ในแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สังคม ธุรกิจ การเมือง เป็นต้น
สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ร้อยละ 91.2 ต้องการเข้าร่วมโครงการชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริซึ่งจัดทำขึ้นโดย กรุงเทพมหานคร ด้วยการเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพ ฯ ร่วมทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองหรือครอบครัว ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมแล้วกว่า 1.3 ล้านคน
จากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ผันผวน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยหันมาคำนึงถึงการใช้ชีวิตอย่างประหยัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนอีกเรื่อง คือ พฤติกรรมการใช้รถของคนไทย ซึ่งถ้าจะใช้รถกระบะ ก็ต้องเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันสุด ๆ เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล จึงเป็นจุดขายที่ลูกค้าจะตัดสินใจจับจอง ส่วนคนเมืองที่ใช้รถเบนซินก็หันมาสนใจรถขนาดเล็กมากขึ้น เหล่านี้จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการรถยนต์ต่างเร่งผลิตรถขนาดเล็กและพัฒนา เทคโนโลยีของรถขนาดใหญ่ที่จะสามารถใช้พลังงานทดแทนได้ ตลอดจนภาครัฐเองก็มีนโยบายในเรื่องพลังงานที่ชัดเจนในการที่จะพยายามแสวงหา พลังงานทางเลือกอื่น ๆ ให้สามารถนำมาใช้กับรถได้ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้ใช้แก็สโซฮอลล์ หรือ ก๊าซธรรมชาติ NGV
จากรายงานภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 2/49 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า การบริโภคของครัวเรือนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ชะลอตัวลงร้อยละ 3.7 เทียบกับร้อยละ 4.1 ในไตรมาสก่อน ซึ้งสอดคล้องกับการลดลงของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจากร้อยละ 28.6 ในไตรมาส 1 มาเป็นร้อยละ 19.5 ในไตรมาส 2 นี้ อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่บ่งบอกถึงคนไทยจับจ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ดร. สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และวิจัย บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึกด้วยเครื่องมือทางการตลาด DDB SignBank จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการทั้งภาคการผลิตสินค้าและการให้บริการสามารถตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคทั้งในเหตุการณ์ปัจจุบันและอนาคตได้อย่างตรง ใจ ผู้ประกอบธุรการควรให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ ที่เน้นความสะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น การเพิ่มความสะดวกสบายในตัวสินค้าหรือบริการนั้น จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจที่จะทดลอง, เพิ่มปริมาณการใช้ หรือแม้กระทั่ง เพิ่มความภักดีต่อตราสินค้าและบริการ และยังทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการนั้นมีความทันสมัยอีกด้วย เช่นการหาช่องทางใหม่ ๆ ที่สามารถให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงง่ายขึ้น การตกแต่งร้านค้าเพื่อสอดคล้องกับเอกลักษณ์ของกลุ่มเป้าหมาย หรือ เพิ่มส่วนประกอบ/ลักษณะใหม่ที่อำนวยความสะดวกในการใช้และบริโภคสินค้า
จากกระแสการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและประหยัดที่มากขึ้นนั้น ทำให้พบว่า คนไทยเป็นคนฉลาดในการบริโภคมากขึ้น ใช้จ่ายอย่างมีเหตุและผล มากกว่าการฟุ่มเฟือยตามใจตนเอง โดยจะเปรียบเทียบทั้งราคาและประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าของแต่ละยี่ห้อ อย่างละเอียด จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตความต้องการของสินค้าหรืออุปกรณ์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือประหยัดทรัพยากร/พลังงานอาจมีมากขึ้น ฉะนั้นผู้ประกอบธุรกิจจึงไม่ควรมองข้ามการพัฒนาสินค้าที่สามารถลดค่าใช้จ่าย ของผู้บริโภค เช่น หลอดไฟที่สามารถปรับความสว่างของแสงได้อัตโนมัติเพื่อช่วยในการประหยัดไฟ ล้อรถที่สามารถช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิง หรือแม้กระทั้งสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ เป็นต้นบริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จำกัด(มหาชน) นำเสนอเครื่องมือศึกษาตลาดแบบใหม่นั่นคือ DDB SignBank ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์ ความเปลี่ยนแปลงรอบๆตัว ไม่ว่าจะเป็นสถิติ หรือ พฤติกรรมของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน แล้วนำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
สัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่นำมาใช้ในการศึกษา เช่น สินค้าใหม่หรือการให้บริการแบบใหม่
ที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภค รวมถึงสิ่งที่ผู้คนเลิกทำหรือเลิกใช้ ตลอดจนข้อมูลจากสถาบันวิจัยต่างๆ
ก็สามารถนำมาใช้เป็นการศึกษาได้เช่นกัน ด้วย Signs ที่รวบรวมมาจำนวนมากกว่าพันชิ้น สามารถทำให้วิเคราะห์ และเข้าใจถึงสิ่งที่เป็นไปในสังคม และคาดคะเนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
ในเบื้องต้น DDB SignBank ได้รวบรวม และวิเคราะห์ Signs มากกว่า 2,000 ชิ้น เพื่อที่จะศึกษาถึงวิถีชีวิตและความเป็นไปของสังคมคนเมือง ส่วนหนึ่งของผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันคนไทยพยายามค้นหาวิถีทางในการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวทางการใช้ชีวิตเป็นของตนเอง ไม่ซ้ำ
แบบใคร เลือกในแบบอย่างที่เหมาะสม มีหลักเกณฑ์ และมีเหตุผลมากขึ้น เพื่อที่จะให้ชีวิตเต็มไปด้วย
ความสุขและความสงบในจิตใจ จึงเห็นได้ว่าสินค้าและการบริการในปัจจุบัน รวมความสะดวกสบาย
แบบเบ็ดเสร็จ และความเรียบง่ายเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะสนองตอบกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ปั๊มน้ำมันเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของสินค้าและบริการแบบเบ็ดเสร็จ เพราะมันจะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่มีการเพิ่มคุณค่าในด้านบริการเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค ปั๊มน้ำมันหลายแห่งจึงกลายเป็นสถานที่ที่ให้ความสะดวกสบายแก่ชีวิตมากขึ้น โดยภายในปั๊มจะมีทั้ง ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ฟาสต์ฟู้ด หรือแม้กระทั่งธนาคารแบบ drive-through เหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในช่วง ชั่วโมงเร่งด่วน
ที่น่าสังเกตอีกตัวอย่าง คือ โดยทั่วไปแล้ว คนไทยจะชื่นชอบการไปเที่ยวหรือพักผ่อนตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่มีผู้คนมากมายหรือเป็นแหล่งรวมความบันเทิง เช่น สยามสแควร์, เซ็นทรัล, ดิ เอ็มโพเรียม หรือ สยามพารากอน ในอีกมุมหนึ่ง ยังคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่นิยมไปพักผ่อนและจับจ่ายในสถานที่ที่มีผู้คนไม่ พลุกพล่าน มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและซื้อของ ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ในบางสถานที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ และรสนิยมของผู้ที่ไปเที่ยว เช่น คอนเซ็ปต์สโตร์ J-Avenue, Thong-Lor Town Center, Market Place, Club 21 บูติกมอลล์, โอโซโน่ สุขุมวิท 39 , Playground , Inspired by Inner Complexity @ สุขุมวิท 31, หรือแม้กระทั่งร้าน Homework ที่นอกจากขายวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นร้านกาแฟ ร้านหนังสือ อีกด้วย ทำให้สถานที่เหล่านี้มีความแตกต่าง ที่ขายความมีสไตล์และบริการ ไปพร้อมๆสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เรื่องที่ใกล้ตัวเข้ามาอีกนิด คือ เรื่องปากท้อง ท่ามกลางวิถีชีวิตที่รีบเร่งทำให้คนไทยมีเวลาเอาใจใส่กับการรับประทานอาหาร น้อยลง โดยเฉพาะคนในเมืองที่มีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ง่าย และสะดวกรวดเร็ว เช่น แซนวิช ขนมปัง หรืออาหารที่อุ่นด้วยไมโครเวฟ จะเห็นได้ว่าในระยะ 1-2 ปี ที่ผ่านมาอาหารประเภทกึ่งพร้อมทาน เช่น อาหารแช่แข็ง/แช่เย็น มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยรสชาติที่เทียบเท่าอาหารปรุงสดและสามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้อาหารแช่แข็ง/แช่เย็นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และอาจเป็นไปได้ว่าจะเข้ามาแทนที่การทำอาหารทานเองที่บ้าน อาจชี้ให้เห็นว่า คนไทยกำลังให้ความสำคัญของอาหารที่รับประทานความสะดวกมากกว่า อาหารที่มีความสดใหม่
สังเกตจากการเพิ่มขึ้นของอาหารแช่แข็งในซุปเปอร์มาร์เก็ต จะเห็นว่ามีความหลากหลายทั้งในประเภทของอาหารและยี่ห้อของสินค้าเช่น อาหารทะเล ข้าวผัดแบบต่าง ๆ กับข้าว ขนมหวาน หรือแม้กระทั่งน้ำพริกแช่แข็ง บริษัทวิจัย นาโนเสิร์ช กล่าวว่า 18.5% ของคนกรุงเทพรุ่นใหม่บริโภคอาหารแช่แข็งอย่างน้อย 10 ครั้งต่อเดือน
นอกเหนือจากพฤติกรรมของคนเมืองในการนิยมความสะดวกสบายในด้านการบริโภคทั้ง สินค้าและบริการที่มีความเรียบง่าย สะดวกสบาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ปัจจุบัน คนไทยยังมีความจริงจังต่อการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริของในหลวงเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น โดยมีความคิดว่าเป็นแนวทางที่ยั่งยืน ทำให้ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่ง นำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรหรือเราเคยได้ยินว่า ธรรมาภิบาล
โดยผู้ที่สนใจแนวทางดังกล่าวสามารถเข้าไปหาอ่านได้ที่เว็บไซต์ sufficiencyeconomy.org เป็นเว็บที่เปิดขึ้นเพื่อให้คำอธิบายและคำแนะนำแก่ประชาชนทั่วไป ในการนำเอาแนวความคิด ชีวิตที่พอเพียงมาใช้ในแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สังคม ธุรกิจ การเมือง เป็นต้น
สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ร้อยละ 91.2 ต้องการเข้าร่วมโครงการชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริซึ่งจัดทำขึ้นโดย กรุงเทพมหานคร ด้วยการเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพ ฯ ร่วมทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองหรือครอบครัว ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมแล้วกว่า 1.3 ล้านคน
จากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ผันผวน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยหันมาคำนึงถึงการใช้ชีวิตอย่างประหยัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนอีกเรื่อง คือ พฤติกรรมการใช้รถของคนไทย ซึ่งถ้าจะใช้รถกระบะ ก็ต้องเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันสุด ๆ เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล จึงเป็นจุดขายที่ลูกค้าจะตัดสินใจจับจอง ส่วนคนเมืองที่ใช้รถเบนซินก็หันมาสนใจรถขนาดเล็กมากขึ้น เหล่านี้จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการรถยนต์ต่างเร่งผลิตรถขนาดเล็กและพัฒนา เทคโนโลยีของรถขนาดใหญ่ที่จะสามารถใช้พลังงานทดแทนได้ ตลอดจนภาครัฐเองก็มีนโยบายในเรื่องพลังงานที่ชัดเจนในการที่จะพยายามแสวงหา พลังงานทางเลือกอื่น ๆ ให้สามารถนำมาใช้กับรถได้ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้ใช้แก็สโซฮอลล์ หรือ ก๊าซธรรมชาติ NGV
จากรายงานภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 2/49 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า การบริโภคของครัวเรือนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ชะลอตัวลงร้อยละ 3.7 เทียบกับร้อยละ 4.1 ในไตรมาสก่อน ซึ้งสอดคล้องกับการลดลงของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจากร้อยละ 28.6 ในไตรมาส 1 มาเป็นร้อยละ 19.5 ในไตรมาส 2 นี้ อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่บ่งบอกถึงคนไทยจับจ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ดร. สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และวิจัย บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึกด้วยเครื่องมือทางการตลาด DDB SignBank จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการทั้งภาคการผลิตสินค้าและการให้บริการสามารถตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคทั้งในเหตุการณ์ปัจจุบันและอนาคตได้อย่างตรง ใจ ผู้ประกอบธุรการควรให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ ที่เน้นความสะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น การเพิ่มความสะดวกสบายในตัวสินค้าหรือบริการนั้น จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจที่จะทดลอง, เพิ่มปริมาณการใช้ หรือแม้กระทั่ง เพิ่มความภักดีต่อตราสินค้าและบริการ และยังทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการนั้นมีความทันสมัยอีกด้วย เช่นการหาช่องทางใหม่ ๆ ที่สามารถให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงง่ายขึ้น การตกแต่งร้านค้าเพื่อสอดคล้องกับเอกลักษณ์ของกลุ่มเป้าหมาย หรือ เพิ่มส่วนประกอบ/ลักษณะใหม่ที่อำนวยความสะดวกในการใช้และบริโภคสินค้า
จากกระแสการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและประหยัดที่มากขึ้นนั้น ทำให้พบว่า คนไทยเป็นคนฉลาดในการบริโภคมากขึ้น ใช้จ่ายอย่างมีเหตุและผล มากกว่าการฟุ่มเฟือยตามใจตนเอง โดยจะเปรียบเทียบทั้งราคาและประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าของแต่ละยี่ห้อ อย่างละเอียด จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตความต้องการของสินค้าหรืออุปกรณ์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือประหยัดทรัพยากร/พลังงานอาจมีมากขึ้น ฉะนั้นผู้ประกอบธุรกิจจึงไม่ควรมองข้ามการพัฒนาสินค้าที่สามารถลดค่าใช้จ่าย ของผู้บริโภค เช่น หลอดไฟที่สามารถปรับความสว่างของแสงได้อัตโนมัติเพื่อช่วยในการประหยัดไฟ ล้อรถที่สามารถช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิง หรือแม้กระทั้งสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ เป็นต้น
http://news.sanook.com/economic/economic_52779.php
โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน อาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 04:52 น.
บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จำกัด(มหาชน) นำเสนอเครื่องมือศึกษาตลาดแบบใหม่นั่นคือ DDB SignBank ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์ ความเปลี่ยนแปลงรอบๆตัว ไม่ว่าจะเป็นสถิติ หรือ พฤติกรรมของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน แล้วนำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
สัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่นำมาใช้ในการศึกษา เช่น สินค้าใหม่หรือการให้บริการแบบใหม่
ที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภค รวมถึงสิ่งที่ผู้คนเลิกทำหรือเลิกใช้ ตลอดจนข้อมูลจากสถาบันวิจัยต่างๆ
ก็สามารถนำมาใช้เป็นการศึกษาได้เช่นกัน ด้วย Signs ที่รวบรวมมาจำนวนมากกว่าพันชิ้น สามารถทำให้วิเคราะห์ และเข้าใจถึงสิ่งที่เป็นไปในสังคม และคาดคะเนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
ในเบื้องต้น DDB SignBank ได้รวบรวม และวิเคราะห์ Signs มากกว่า 2,000 ชิ้น เพื่อที่จะศึกษาถึงวิถีชีวิตและความเป็นไปของสังคมคนเมือง ส่วนหนึ่งของผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันคนไทยพยายามค้นหาวิถีทางในการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวทางการใช้ชีวิตเป็นของตนเอง ไม่ซ้ำ
แบบใคร เลือกในแบบอย่างที่เหมาะสม มีหลักเกณฑ์ และมีเหตุผลมากขึ้น เพื่อที่จะให้ชีวิตเต็มไปด้วย
ความสุขและความสงบในจิตใจ จึงเห็นได้ว่าสินค้าและการบริการในปัจจุบัน รวมความสะดวกสบาย
แบบเบ็ดเสร็จ และความเรียบง่ายเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะสนองตอบกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ปั๊มน้ำมันเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของสินค้าและบริการแบบเบ็ดเสร็จ เพราะมันจะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่มีการเพิ่มคุณค่าในด้านบริการเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค ปั๊มน้ำมันหลายแห่งจึงกลายเป็นสถานที่ที่ให้ความสะดวกสบายแก่ชีวิตมากขึ้น โดยภายในปั๊มจะมีทั้ง ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ฟาสต์ฟู้ด หรือแม้กระทั่งธนาคารแบบ drive-through เหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในช่วง ชั่วโมงเร่งด่วน
ที่น่าสังเกตอีกตัวอย่าง คือ โดยทั่วไปแล้ว คนไทยจะชื่นชอบการไปเที่ยวหรือพักผ่อนตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่มีผู้คนมากมายหรือเป็นแหล่งรวมความบันเทิง เช่น สยามสแควร์, เซ็นทรัล, ดิ เอ็มโพเรียม หรือ สยามพารากอน ในอีกมุมหนึ่ง ยังคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่นิยมไปพักผ่อนและจับจ่ายในสถานที่ที่มีผู้คนไม่ พลุกพล่าน มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและซื้อของ ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ในบางสถานที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ และรสนิยมของผู้ที่ไปเที่ยว เช่น คอนเซ็ปต์สโตร์ J-Avenue, Thong-Lor Town Center, Market Place, Club 21 บูติกมอลล์, โอโซโน่ สุขุมวิท 39 , Playground , Inspired by Inner Complexity @ สุขุมวิท 31, หรือแม้กระทั่งร้าน Homework ที่นอกจากขายวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นร้านกาแฟ ร้านหนังสือ อีกด้วย ทำให้สถานที่เหล่านี้มีความแตกต่าง ที่ขายความมีสไตล์และบริการ ไปพร้อมๆสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เรื่องที่ใกล้ตัวเข้ามาอีกนิด คือ เรื่องปากท้อง ท่ามกลางวิถีชีวิตที่รีบเร่งทำให้คนไทยมีเวลาเอาใจใส่กับการรับประทานอาหาร น้อยลง โดยเฉพาะคนในเมืองที่มีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ง่าย และสะดวกรวดเร็ว เช่น แซนวิช ขนมปัง หรืออาหารที่อุ่นด้วยไมโครเวฟ จะเห็นได้ว่าในระยะ 1-2 ปี ที่ผ่านมาอาหารประเภทกึ่งพร้อมทาน เช่น อาหารแช่แข็ง/แช่เย็น มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยรสชาติที่เทียบเท่าอาหารปรุงสดและสามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้อาหารแช่แข็ง/แช่เย็นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และอาจเป็นไปได้ว่าจะเข้ามาแทนที่การทำอาหารทานเองที่บ้าน อาจชี้ให้เห็นว่า คนไทยกำลังให้ความสำคัญของอาหารที่รับประทานความสะดวกมากกว่า อาหารที่มีความสดใหม่
สังเกตจากการเพิ่มขึ้นของอาหารแช่แข็งในซุปเปอร์มาร์เก็ต จะเห็นว่ามีความหลากหลายทั้งในประเภทของอาหารและยี่ห้อของสินค้าเช่น อาหารทะเล ข้าวผัดแบบต่าง ๆ กับข้าว ขนมหวาน หรือแม้กระทั่งน้ำพริกแช่แข็ง บริษัทวิจัย นาโนเสิร์ช กล่าวว่า 18.5% ของคนกรุงเทพรุ่นใหม่บริโภคอาหารแช่แข็งอย่างน้อย 10 ครั้งต่อเดือน
นอกเหนือจากพฤติกรรมของคนเมืองในการนิยมความสะดวกสบายในด้านการบริโภคทั้ง สินค้าและบริการที่มีความเรียบง่าย สะดวกสบาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ปัจจุบัน คนไทยยังมีความจริงจังต่อการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริของในหลวงเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น โดยมีความคิดว่าเป็นแนวทางที่ยั่งยืน ทำให้ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่ง นำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรหรือเราเคยได้ยินว่า ธรรมาภิบาล
โดยผู้ที่สนใจแนวทางดังกล่าวสามารถเข้าไปหาอ่านได้ที่เว็บไซต์ sufficiencyeconomy.org เป็นเว็บที่เปิดขึ้นเพื่อให้คำอธิบายและคำแนะนำแก่ประชาชนทั่วไป ในการนำเอาแนวความคิด ชีวิตที่พอเพียงมาใช้ในแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สังคม ธุรกิจ การเมือง เป็นต้น
สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ร้อยละ 91.2 ต้องการเข้าร่วมโครงการชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริซึ่งจัดทำขึ้นโดย กรุงเทพมหานคร ด้วยการเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพ ฯ ร่วมทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองหรือครอบครัว ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมแล้วกว่า 1.3 ล้านคน
จากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ผันผวน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยหันมาคำนึงถึงการใช้ชีวิตอย่างประหยัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนอีกเรื่อง คือ พฤติกรรมการใช้รถของคนไทย ซึ่งถ้าจะใช้รถกระบะ ก็ต้องเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันสุด ๆ เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล จึงเป็นจุดขายที่ลูกค้าจะตัดสินใจจับจอง ส่วนคนเมืองที่ใช้รถเบนซินก็หันมาสนใจรถขนาดเล็กมากขึ้น เหล่านี้จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการรถยนต์ต่างเร่งผลิตรถขนาดเล็กและพัฒนา เทคโนโลยีของรถขนาดใหญ่ที่จะสามารถใช้พลังงานทดแทนได้ ตลอดจนภาครัฐเองก็มีนโยบายในเรื่องพลังงานที่ชัดเจนในการที่จะพยายามแสวงหา พลังงานทางเลือกอื่น ๆ ให้สามารถนำมาใช้กับรถได้ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้ใช้แก็สโซฮอลล์ หรือ ก๊าซธรรมชาติ NGV
จากรายงานภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 2/49 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า การบริโภคของครัวเรือนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ชะลอตัวลงร้อยละ 3.7 เทียบกับร้อยละ 4.1 ในไตรมาสก่อน ซึ้งสอดคล้องกับการลดลงของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจากร้อยละ 28.6 ในไตรมาส 1 มาเป็นร้อยละ 19.5 ในไตรมาส 2 นี้ อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่บ่งบอกถึงคนไทยจับจ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ดร. สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และวิจัย บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึกด้วยเครื่องมือทางการตลาด DDB SignBank จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการทั้งภาคการผลิตสินค้าและการให้บริการสามารถตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคทั้งในเหตุการณ์ปัจจุบันและอนาคตได้อย่างตรง ใจ ผู้ประกอบธุรการควรให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ ที่เน้นความสะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น การเพิ่มความสะดวกสบายในตัวสินค้าหรือบริการนั้น จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจที่จะทดลอง, เพิ่มปริมาณการใช้ หรือแม้กระทั่ง เพิ่มความภักดีต่อตราสินค้าและบริการ และยังทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการนั้นมีความทันสมัยอีกด้วย เช่นการหาช่องทางใหม่ ๆ ที่สามารถให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงง่ายขึ้น การตกแต่งร้านค้าเพื่อสอดคล้องกับเอกลักษณ์ของกลุ่มเป้าหมาย หรือ เพิ่มส่วนประกอบ/ลักษณะใหม่ที่อำนวยความสะดวกในการใช้และบริโภคสินค้า
จากกระแสการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและประหยัดที่มากขึ้นนั้น ทำให้พบว่า คนไทยเป็นคนฉลาดในการบริโภคมากขึ้น ใช้จ่ายอย่างมีเหตุและผล มากกว่าการฟุ่มเฟือยตามใจตนเอง โดยจะเปรียบเทียบทั้งราคาและประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าของแต่ละยี่ห้อ อย่างละเอียด จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตความต้องการของสินค้าหรืออุปกรณ์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือประหยัดทรัพยากร/พลังงานอาจมีมากขึ้น ฉะนั้นผู้ประกอบธุรกิจจึงไม่ควรมองข้ามการพัฒนาสินค้าที่สามารถลดค่าใช้จ่าย ของผู้บริโภค เช่น หลอดไฟที่สามารถปรับความสว่างของแสงได้อัตโนมัติเพื่อช่วยในการประหยัดไฟ ล้อรถที่สามารถช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิง หรือแม้กระทั้งสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ เป็นต้นบริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จำกัด(มหาชน) นำเสนอเครื่องมือศึกษาตลาดแบบใหม่นั่นคือ DDB SignBank ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์ ความเปลี่ยนแปลงรอบๆตัว ไม่ว่าจะเป็นสถิติ หรือ พฤติกรรมของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน แล้วนำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
สัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่นำมาใช้ในการศึกษา เช่น สินค้าใหม่หรือการให้บริการแบบใหม่
ที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภค รวมถึงสิ่งที่ผู้คนเลิกทำหรือเลิกใช้ ตลอดจนข้อมูลจากสถาบันวิจัยต่างๆ
ก็สามารถนำมาใช้เป็นการศึกษาได้เช่นกัน ด้วย Signs ที่รวบรวมมาจำนวนมากกว่าพันชิ้น สามารถทำให้วิเคราะห์ และเข้าใจถึงสิ่งที่เป็นไปในสังคม และคาดคะเนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
ในเบื้องต้น DDB SignBank ได้รวบรวม และวิเคราะห์ Signs มากกว่า 2,000 ชิ้น เพื่อที่จะศึกษาถึงวิถีชีวิตและความเป็นไปของสังคมคนเมือง ส่วนหนึ่งของผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันคนไทยพยายามค้นหาวิถีทางในการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวทางการใช้ชีวิตเป็นของตนเอง ไม่ซ้ำ
แบบใคร เลือกในแบบอย่างที่เหมาะสม มีหลักเกณฑ์ และมีเหตุผลมากขึ้น เพื่อที่จะให้ชีวิตเต็มไปด้วย
ความสุขและความสงบในจิตใจ จึงเห็นได้ว่าสินค้าและการบริการในปัจจุบัน รวมความสะดวกสบาย
แบบเบ็ดเสร็จ และความเรียบง่ายเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะสนองตอบกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ปั๊มน้ำมันเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของสินค้าและบริการแบบเบ็ดเสร็จ เพราะมันจะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่มีการเพิ่มคุณค่าในด้านบริการเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภค ปั๊มน้ำมันหลายแห่งจึงกลายเป็นสถานที่ที่ให้ความสะดวกสบายแก่ชีวิตมากขึ้น โดยภายในปั๊มจะมีทั้ง ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ฟาสต์ฟู้ด หรือแม้กระทั่งธนาคารแบบ drive-through เหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายในช่วง ชั่วโมงเร่งด่วน
ที่น่าสังเกตอีกตัวอย่าง คือ โดยทั่วไปแล้ว คนไทยจะชื่นชอบการไปเที่ยวหรือพักผ่อนตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่มีผู้คนมากมายหรือเป็นแหล่งรวมความบันเทิง เช่น สยามสแควร์, เซ็นทรัล, ดิ เอ็มโพเรียม หรือ สยามพารากอน ในอีกมุมหนึ่ง ยังคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่นิยมไปพักผ่อนและจับจ่ายในสถานที่ที่มีผู้คนไม่ พลุกพล่าน มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและซื้อของ ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ในบางสถานที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ และรสนิยมของผู้ที่ไปเที่ยว เช่น คอนเซ็ปต์สโตร์ J-Avenue, Thong-Lor Town Center, Market Place, Club 21 บูติกมอลล์, โอโซโน่ สุขุมวิท 39 , Playground , Inspired by Inner Complexity @ สุขุมวิท 31, หรือแม้กระทั่งร้าน Homework ที่นอกจากขายวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นร้านกาแฟ ร้านหนังสือ อีกด้วย ทำให้สถานที่เหล่านี้มีความแตกต่าง ที่ขายความมีสไตล์และบริการ ไปพร้อมๆสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เรื่องที่ใกล้ตัวเข้ามาอีกนิด คือ เรื่องปากท้อง ท่ามกลางวิถีชีวิตที่รีบเร่งทำให้คนไทยมีเวลาเอาใจใส่กับการรับประทานอาหาร น้อยลง โดยเฉพาะคนในเมืองที่มีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ง่าย และสะดวกรวดเร็ว เช่น แซนวิช ขนมปัง หรืออาหารที่อุ่นด้วยไมโครเวฟ จะเห็นได้ว่าในระยะ 1-2 ปี ที่ผ่านมาอาหารประเภทกึ่งพร้อมทาน เช่น อาหารแช่แข็ง/แช่เย็น มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยรสชาติที่เทียบเท่าอาหารปรุงสดและสามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้อาหารแช่แข็ง/แช่เย็นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และอาจเป็นไปได้ว่าจะเข้ามาแทนที่การทำอาหารทานเองที่บ้าน อาจชี้ให้เห็นว่า คนไทยกำลังให้ความสำคัญของอาหารที่รับประทานความสะดวกมากกว่า อาหารที่มีความสดใหม่
สังเกตจากการเพิ่มขึ้นของอาหารแช่แข็งในซุปเปอร์มาร์เก็ต จะเห็นว่ามีความหลากหลายทั้งในประเภทของอาหารและยี่ห้อของสินค้าเช่น อาหารทะเล ข้าวผัดแบบต่าง ๆ กับข้าว ขนมหวาน หรือแม้กระทั่งน้ำพริกแช่แข็ง บริษัทวิจัย นาโนเสิร์ช กล่าวว่า 18.5% ของคนกรุงเทพรุ่นใหม่บริโภคอาหารแช่แข็งอย่างน้อย 10 ครั้งต่อเดือน
นอกเหนือจากพฤติกรรมของคนเมืองในการนิยมความสะดวกสบายในด้านการบริโภคทั้ง สินค้าและบริการที่มีความเรียบง่าย สะดวกสบาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ปัจจุบัน คนไทยยังมีความจริงจังต่อการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริของในหลวงเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น โดยมีความคิดว่าเป็นแนวทางที่ยั่งยืน ทำให้ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่ง นำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรหรือเราเคยได้ยินว่า ธรรมาภิบาล
โดยผู้ที่สนใจแนวทางดังกล่าวสามารถเข้าไปหาอ่านได้ที่เว็บไซต์ sufficiencyeconomy.org เป็นเว็บที่เปิดขึ้นเพื่อให้คำอธิบายและคำแนะนำแก่ประชาชนทั่วไป ในการนำเอาแนวความคิด ชีวิตที่พอเพียงมาใช้ในแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สังคม ธุรกิจ การเมือง เป็นต้น
สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ร้อยละ 91.2 ต้องการเข้าร่วมโครงการชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริซึ่งจัดทำขึ้นโดย กรุงเทพมหานคร ด้วยการเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพ ฯ ร่วมทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองหรือครอบครัว ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมแล้วกว่า 1.3 ล้านคน
จากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ผันผวน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยหันมาคำนึงถึงการใช้ชีวิตอย่างประหยัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนอีกเรื่อง คือ พฤติกรรมการใช้รถของคนไทย ซึ่งถ้าจะใช้รถกระบะ ก็ต้องเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันสุด ๆ เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล จึงเป็นจุดขายที่ลูกค้าจะตัดสินใจจับจอง ส่วนคนเมืองที่ใช้รถเบนซินก็หันมาสนใจรถขนาดเล็กมากขึ้น เหล่านี้จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการรถยนต์ต่างเร่งผลิตรถขนาดเล็กและพัฒนา เทคโนโลยีของรถขนาดใหญ่ที่จะสามารถใช้พลังงานทดแทนได้ ตลอดจนภาครัฐเองก็มีนโยบายในเรื่องพลังงานที่ชัดเจนในการที่จะพยายามแสวงหา พลังงานทางเลือกอื่น ๆ ให้สามารถนำมาใช้กับรถได้ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้ใช้แก็สโซฮอลล์ หรือ ก๊าซธรรมชาติ NGV
จากรายงานภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 2/49 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า การบริโภคของครัวเรือนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ชะลอตัวลงร้อยละ 3.7 เทียบกับร้อยละ 4.1 ในไตรมาสก่อน ซึ้งสอดคล้องกับการลดลงของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจากร้อยละ 28.6 ในไตรมาส 1 มาเป็นร้อยละ 19.5 ในไตรมาส 2 นี้ อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่บ่งบอกถึงคนไทยจับจ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ดร. สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และวิจัย บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึกด้วยเครื่องมือทางการตลาด DDB SignBank จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการทั้งภาคการผลิตสินค้าและการให้บริการสามารถตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคทั้งในเหตุการณ์ปัจจุบันและอนาคตได้อย่างตรง ใจ ผู้ประกอบธุรการควรให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ ที่เน้นความสะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น การเพิ่มความสะดวกสบายในตัวสินค้าหรือบริการนั้น จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจที่จะทดลอง, เพิ่มปริมาณการใช้ หรือแม้กระทั่ง เพิ่มความภักดีต่อตราสินค้าและบริการ และยังทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการนั้นมีความทันสมัยอีกด้วย เช่นการหาช่องทางใหม่ ๆ ที่สามารถให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงง่ายขึ้น การตกแต่งร้านค้าเพื่อสอดคล้องกับเอกลักษณ์ของกลุ่มเป้าหมาย หรือ เพิ่มส่วนประกอบ/ลักษณะใหม่ที่อำนวยความสะดวกในการใช้และบริโภคสินค้า
จากกระแสการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและประหยัดที่มากขึ้นนั้น ทำให้พบว่า คนไทยเป็นคนฉลาดในการบริโภคมากขึ้น ใช้จ่ายอย่างมีเหตุและผล มากกว่าการฟุ่มเฟือยตามใจตนเอง โดยจะเปรียบเทียบทั้งราคาและประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าของแต่ละยี่ห้อ อย่างละเอียด จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตความต้องการของสินค้าหรืออุปกรณ์ที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือประหยัดทรัพยากร/พลังงานอาจมีมากขึ้น ฉะนั้นผู้ประกอบธุรกิจจึงไม่ควรมองข้ามการพัฒนาสินค้าที่สามารถลดค่าใช้จ่าย ของผู้บริโภค เช่น หลอดไฟที่สามารถปรับความสว่างของแสงได้อัตโนมัติเพื่อช่วยในการประหยัดไฟ ล้อรถที่สามารถช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิง หรือแม้กระทั้งสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ เป็นต้น
http://news.sanook.com/economic/economic_52779.php
Subscribe to:
Comments (Atom)